thaipigment logo
filter: 0; jpegRotation: 0; fileterIntensity: 0.000000; filterMask: 0; module:1facing:0; 
hw-remosaic: 0; 
touch: (-1.0, -1.0); 
modeInfo: ; 
sceneMode: Night; 
cct_value: 0; 
AI_Scene: (-1, -1); 
aec_lux: 0.0; 
hist255: 0.0; 
hist252~255: 0.0; 
hist0~15: 0.0;

สาเหตุที่ทำให้สีพลาสติกซีดหรือหลุดลอกง่าย

ขึ้นอยู่กับชนิดพลาสติกและสารเติมแต่งที่ใช้


การเลือกใช้สีสำหรับพลาสติกไม่ได้ขึ้นอยู่กับเฉพาะคุณภาพของเม็ดสี (Pigment) เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับชนิดของพลาสติกและสารเติมแต่งที่ใช้ร่วมด้วย หากปัจจัยเหล่านี้ไม่เหมาะสม อาจทำให้สีซีดหรือหลุดลอกได้ง่าย




สีเหลือง: สีที่ท้าทายที่สุดในการใช้งานกับ PE

จากประสบการณ์ในอุตสาหกรรม ถ้าพบว่าสีพลาสติกหลุดลอกง่าย สีเหลืองมักเป็นสีที่มีความท้าทายมากกว่าสีอื่น ๆ โดยเฉพาะเมื่อใช้งานกับพลาสติก Polyethylene (PE)



  • พลาสติก PE มีพื้นผิวที่ มันและลื่นกว่าพลาสติกทั่วไป ทำให้การยึดเกาะของสีทำได้ยากกว่า



  • สีเหลืองบางชนิดมีความทนทานต่อความร้อนน้อย เมื่อผ่านกระบวนการผลิตจึงมีโอกาสซีดหรือหลุดลอกง่ายกว่าสีอื่น






ผลของสารเติมแต่งในพลาสติก

สำหรับงานที่ต้องการคุณสมบัติพิเศษ เช่น เส้นใย PPE มักมีการเติมสารต่าง ๆ ลงไป เช่น



  • Slip agent



  • Antistatic agent



  • Wax



สารเหล่านี้ทำหน้าที่คล้ายฟิล์มเคลือบผิวบนพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง ส่งผลให้การยึดเกาะของสีทำได้ยากยิ่งขึ้น แม้จะใช้เม็ดสีเกรดสูงก็ตาม



แนวทางแก้ไข

เพื่อป้องกันปัญหาสีซีดหรือหลุดลอก จำเป็นต้องเลือกใช้เม็ดสีและสูตรการผลิตที่เหมาะสมกับพลาสติกและสารเติมแต่งที่ใช้ร่วมกัน เช่น



  • เลือก Pigment Yellow ที่ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับพลาสติกชนิดนั้น



  • ปรับสูตร Masterbatch ให้สอดคล้องกับสารเติมแต่งที่มีอยู่ในเนื้อพลาสติก






บทสรุป

แม้การผลิตสีสำหรับพลาสติกส่วนใหญ่ โดยเฉพาะที่ใช้ Food Contact Grade จะมีความเสถียรและปลอดภัยสูง แต่ในบางกรณี เช่น งานเส้นใย PPE ที่มีสารเติมแต่งเฉพาะ การควบคุมคุณภาพสีให้ตรงและคงทนจะท้าทายกว่า การเลือกใช้เม็ดสีที่เหมาะสมและการปรับสูตรที่แม่นยำจึงเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหานี้